“เลสเตอร์”คว่ำดาร์บี้ลิ่วเอฟเอ

“จิ้งจอก” เลสเตอร์ ผ่านเข้ารอบเอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านเฉือน “แกะเขาเหล็ก” ดาร์บี้ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 3-1

ศึกฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบ 4 นัดแข่งใหม่ เมื่อคืนวันที่ 8 ก.พ. “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ผ่านเข้ารอบต่อไปได้แบบหวุดหวิดจากเปิดคิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม เฉือนชนะ “แกะเขาเหล็ก” ดาร์บี้ ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 120 นาที 3-1 หลังจบ 90 นาที เสมอ 1-1

โดยเจ้าบ้านขึ้นนำไปก่อนจาก แอนดี้ คิง นาที 47 แต่ทีมเยือนตามทวงคืนได้จาก อับดุล กามาร่า นาที 61 จึงต้องต่อเวลาอีก 30 นาทีเพื่อตามหาผู้ชนะ ก่อนที่เจ้าถิ่นจะมายิ่งเพิ่มได้อีก 2 ประตูจาก ออนยินเย่ เอ็นดิดี้ นาที 95 และ เดมาราย เกรย์ นาที 117

ทำให้ เลสเตอร์ ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 5 หรือ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ไปเยือน มิลล์วอลล์ ทีมจากลีกวัน ที่เดอะเดน ในวันที่ 18 ก.พ.นี้

สัญญาแก้เสร็จ “ซิโก้” พร้อมเซ็นแล้ว

“ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง พร้อมจรดปากการเซ็นสัญญาคุม ทีมชาติไทย ต่อ หลังมีการปรับสัญญาเป็นที่น่าพอใจ

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หมดสัญญากับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ในการคุม ทีมชาติไทย ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.60 ที่ผ่านมา ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ แต่ “ซิโก้” ขอปรับแก้ ทำให้ยังไม่มีการเซ้นต่อสัญญาแต่อย่างใด

ล่าสุด “ซิโก้” เปิดเผยว่าฝ่ายกฏหมายของตนเองและสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีการประสานงานกันตลอดเวลา ถึงเวลานี้ทุกอย่างได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาในเร็ววันนี้ เพื่อจะได้เริ่มทำงานอย่างได้ทันที เนื่องจากระยะเวลาใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว ก็ต้องมีการเตรียมการให้พร้อมในทุกๆ เรื่อง

“ที่ผ่านมาไม่ได้หยุดนิ่ง มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการติดตามดูการฝึกซ้อมของนักเตะทีมชาติไทย แลเมื่อฟุตบอลลีกไทยเปิดฤดูกาลแล้ว ผมและทีมสตาฟฟ์โค้ช จะเดินทางไปดูฟอร์มนักเตะแต่ละคน ซึ่งจากที่ระบุว่าจะยึด 23 คน จากชุดคว้าแชมป์อาเซียน 2016 นั้น แต่เมื่อ “เจ้าหนุ่ย” ศราวุฒิ มาสุข ได้รับบาดเจ็บต้องพักยาว ร่วม 3 เดือน ทำให้ต้องหาตัวแทนมาสู่ทัพช้างศึก ซึ่งตอนนี้มีที่เล็งไว้ 2-3 คน ที่จะติดตามผลงานในช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่อีกที”

ส่งกว่า100รายชื่อตัดโควตาสลาก

บอร์ดสลากเอาจริง เตรียมตัดโควตาตลอดชีวิต บุคคลขายสลากรวมชุดเกินราคา ระบุมีแล้วกว่า 100 รายชื่อ แย้มโควตาที่ยึดคืนจะนำมาจัดสรรใหม่ผ่านทางระบบเอทีเอ็ม

นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล(บอร์ดสลาก) ในวันที่ 30 มกราคมนี้ จะพิจารณาตัดโควตาบุคคลที่นำสลากไปขายรวมชุด และราคาจำหน่ายสูงเกินคู่ละ 80 บาท เบื้องต้นมีรายชื่อเป็นหลักกว่า 100 ราย ทั้งในโควตาของบุคคลธรรมดา และโควตาองค์กรการกุศล

พร้อมกันนี้จะออกระเบียบเข้มงวดในการตรวจสอบการขายรวมชุด ทั้งการลงโทษขั้นเด็ดขาดในการตัดโควตาตลอดชีวิต และขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) เพื่อไม่ให้จำหน่ายสลากได้อีก ส่วนโควตาที่ยึดคืนมา จะนำออกขายให้แก่บุคคลทั่วไปผ่านระบบการสั่งซื้อ สั่งจองทางตู้เอทีเอ็ม

“สำนักงานสลาก ได้ออกตรวจสอบการรวมชุดไปเพียงงวดเดียว คือในงวดวันที่ 30 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมได้กว่า 100 ราย ดังนั้น จากนี้ไปจึงจะเข้มงวดตรวจสอบการรวมชุดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของบุคคลธรรมดานั้น จะตัดโควตาตลอดชีวิตทันที ตั้งแต่ครั้งแรกที่ตรวจพบ ส่วนองค์กรการกุศลนั้น จะตัดโควตาในส่วนของสมาชิกที่ขายออกก่อน แต่หากตรวจพบผิดครบ 3 ครั้ง ก็จะไม่ต่อสัญญากับองค์กรการกุศลนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน เพราะในการได้โควตาได้ทำข้อตกลงสัญญาคุณธรรมไว้ด้วยแล้ว ที่องค์กรการกุศลที่ได้รับโควตาจะต้องดูแลสมาชิกที่นำสลากฯ ไปจำหน่าย ให้ทำตามระเบียบของสำนักงานสลากฯ”นายธนวรรธน์ กล่าว

ชาวเน็ตปลื้ม “ขวัญ อุษามณี” ไม่ห่วงสวยจกส้มตำข้างทาง

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าว เดลินิวส์ออนไลน์ รายงานว่า เกิดกระแสการแชร์ภาพของนางเอกชื่อดัง ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์ ไปทั่วโลกออนไลน์

เมื่อเทรนด์เนอร์ฟิตเนสคิวทอง จัน-อานันท์ อภินันทน์ ผู้เทรนให้กับดาราชื่อดังมาแล้วมากมายอย่าง หมาก ปริญ,คิม คิมเบอร์ลี่,ปุ๊กลุก ฝนทิพย์,แหวนแหวน ปวริศา,ตุ๊ก ชนกวนันท์ ฯลฯ ได้โพสต์-ภาพของสาวขวัญผ่านทางอินสตราแกรมส่วนตัว@forcejunระบุว่า ดินเนอร์หรู พร้อมเผยภาพของ ขวัญ อุษามณีกำลังทานส้มตำร้านข้างทางอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งร้านดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับฟิตเนสที่หนุ่มจันเป็นผู้เทรนให้กับนางเอกสาวนั่นเอง

โดยภายหลังที่ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวโซเชียลมีเดียเข้ามาคอมเม้นท์ชื่นชมในความน่ารัก ติดดิน ไม่ห่วงสวยของ ขวัญ อุษามณีกันอย่างล้นหลาม ทั้งนี้ นอกจากสาวนางเอกสาวคนดังกล่าวแล้ว ก่อนหน้านี้ หนุ่มจันยังเคยพา เกรซ กาญจน์เกล้า และ น้ำชา ชีรณัฐไปทานอาหารที่ร้านส้มตำดังกล่าวอีกด้วย

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @forcejun,@kwanusa9

“มาดามแป้ง” พร้อมหนุนนักเตะเล่นบอลลีกหญิง

“มาดามแป้ง”นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย พร้อมหนุนนักเตะเล่นฟุตยอลลีกหญิง มั่นใจได้ประโยชน์ต่อทีมชาติ

ความคืบหน้าการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกหญิง ที่จะเปิดฤดูกาล วันที่ 22-23 เมษายน พ.ศ. 2560 โดยมีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 10 ทีมและอีก 2 สโมสรเป็น ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี, ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดใหญ่ และรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี เผยพร้อมสนับสนุนนักเตะลงเล่นลีกหญิงฤดูกาล 2017 มั่นใจประโยชน์ต่อนักกีฬาและทีมชาติไทยระยะยาว โดยกล่าวว่า หลังจากประชุมความพร้อมการจัดลีกหญิง เมื่อวานนี้ ซึ่งมีตัวแทนจากทีมชาติ 19 ปี และชุดใหญ่ เข้าร่วม ซึ่งตน ในฐานะคนในวงการกีฬาคนหนึ่ง ยินดีสนับสนุนให้การแข่งขันลีกหญิงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดและเกิดความต่อเนื่อง เพราะมีแต่ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับทีมชาติไทยในระยะยาว

ซึ่งจะเป็นการเพิ่มนักฟุตบอลหญิง เพื่อเป็นตัวเลือกให้ทีมชาติในอนาคต สำหรับนักกีฬาชุดใหญ่ในการดูแลของแป้งนั้น แป้งก็เปิดโอกาสให้ไปเล่นกับสโมสรได้อย่างเต็มที่”

”สำหรับ 19 ปีนั้น ตอนนี้น้องๆ ก็อยู่แคมป์ที่เมืองพล จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ. เป็นต้นมา เพื่อเตรียมไปญี่ปุ่น และเตรียมศึกชิงแชมป์เอเชีย 2017 รอบสุดท้าย เดือนตุลาคม ที่ประเทศจีน ซึ่งยังมีช่วงรอยต่อที่นานพอสมควร การเข้าร่วมลีกหญิงก็ถือเป็นทัวร์นาเม้นใหญ่ที่เด็กจะได้ทดสอบและพัฒนาตัวเอง แก้ไขจุดบกพร่อง ซึ่งจะทำให้เด็กเราแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน”

“โปรเม”เต็ง2 สวิงฮอนด้า ลั่นไม่กดดัน หวังถึงแชมป์

ยก “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล เป็นเต็ง 2 คว้าแชมป์กอล์ฟ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2017 “เจ้าตัว” ลั่นไม่ขอกดดันตัวเอง จะทำผลงานให้ดีที่สุดพร้อมแอบหวังถึงแชมป์

ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันกอล์ฟ แอลพีจีเอทัวร์ รายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2017 ชิงเงินรางวัลรวม 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 ก.พ.นี้ ที่สนามสยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี

ล่าสุด “แวลูเชกเกอร์” เว็บไซต์ของอังกฤษ ได้เปิดเผยอัตราต่อรองการคว้าแชมป์รายการนี้ โดยมีเซอร์ไพรส์เล็กน้อย เมื่อยกให้ ชาน ชาน เฟง โปรสาวมือ 3 ของโลกจากจีน เจ้าของเหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิก 2016 เป็นเต็ง 1 ที่จะคว้าแชมป์ ด้วยอัตรา 11-2 (แทง 2 ได้คืน 11 ไม่รวมทุน) ตามด้วย “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล สาวน้อยร้อยล้านวัย 21 ปี ของไทย ที่ปีก่อนได้แชมป์ถึง 5 รายการ รวมถึงแชมป์เมเจอร์ บริติช โอเพ่น เป็นเต็ง 2 ที่อัตรา 9-1 ต่อด้วย “แชมป์เก่า” เลซี ทอมป์สัน มือ 6 ของโลกจากสหรัฐ และ ฮา นา แจง จากเกาหลีใต้ ที่เพิ่งได้แชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นเต็ง 3 และ 4 ด้วยอัตรา 11-1 และ 12-1 ตามลำดับ

ขณะที่ ลิเดีย โค โปรมือ 1 ของโลกจากนิวซีแลนด์ หล่นไปเป็นเต็ง 8 ร่วมกับ ปาร์ค อิน บี อดีตแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2013 และ สเตซี ลูอิส จากสหรัฐ ที่อัตรา 20-1 ส่วนนักกอล์ฟสาวไทยที่เหลือ “โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ เป็นเต็ง 12 ร่วมกับ มิน จี ลี จากเกาหลีใต้ ที่ 30-1, “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล อัตราอยู่ที่ 125-1, “โปรสายป่าน” ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์ อัตราอยู่ที่ 400-1 และ “โปรวิ่ง” ภรณีย์ ชุติชัย อัตราอยู่ที่ 1,000-1

นอกเหนือจาก 5 โปรสาวไทยแล้ว ยังมีนักกอล์ฟสมัครเล่นไทยอีก 2 คน ที่ได้สิทธิ์ไวลด์การ์ดลงเล่นรายการนี้ คือ “น้องเมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ และ “น้องจีน” อาฒยา ฐิติกุล ที่จะลงประชันฝีมือกับสุดยอดนักกอล์ฟอาชีพรวมทั้งสิ้น 70 คน ที่จะเล่นแบบไม่มีการตัดตัวแต่อย่างใด

“โปรเม” เจ้าของตำแหน่งนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปีของแอลพีจีเอทัวร์ เมื่อฤดูกาลก่อน ที่ทำผลงานดีที่สุดในรายการนี้ด้วยอันดับ 2 เมื่อปี 2013 ส่วนเมื่อปีก่อนจบที่อันดับ 48 ร่วม กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยเกือบคว้าแชมป์มาได้แล้ว ครั้งนี้ตั้งใจว่าจะทำให้สำเร็จ และจะพยายามเล่นให้สนุกที่สุดและพยายามไม่กดดันตัวเอง เนื่องจากรายการนี้เป็นรายการใหญ่เป็นรองเพียงเมเจอร์เท่านั้น

ขณะที่ โปรโม กล่าวว่า ได้ลงแข่งมาหลายครั้งแล้ว รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้แข่งในประเทศไทย ครั้งนี้จะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด

นอกจากนี้ นายพลากร สมสุวรรณ กก.ผจก. ช่อง 7 และ นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย 5 สาวนักกอล์ฟระดับโลก ได้แก่ ปาร์ค อิน บี, จอร์เจีย ฮัลล์, เอรียา จุฑานุกาล, อาฒยา ฐิติกุลและ ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ร่วมพิธีส่งมอบจักรยานยืมเรียน จำนวน 20 คัน ให้แก่ ร.ร.มาบประชัน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อส่งเสริมการสร้างสุขภาพที่ดี และสนับสนุนเยาวชนที่มีบ้านห่างไกลให้ได้เดินทางมาโรงเรียนอย่างสะดวกขึ้น โดยมี นางขวัญเรือน สะและวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้รับมอบ

“เมสซีเจ” ซิวแมนออฟเดอะแมตช์เกมเจ๊าบริสเบน

“เมสซีเจ” ซิวแมนออฟเดอะแมตช์เกมเจ๊าบริสเบน

“เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ แข้งจิ๋วของเอสซีจี เมืองทองฯ คว้าแมน ออฟ เดอะ แมตช์ เกมเสมอ บริสเบน รอว์ 0-0

“กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ประเดิมสนามศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก สาย อี ด้วยการบุกเสมอ บริสเบน รอว์ ถึงถิ่นซันคอร์ป สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งที่รูปเกม เมืองทองฯ ดีกว่าและน่าชนะ

โดยเกมดังกล่าว เมืองทองฯ เป็นฝ่ายครองบอลและสร้างสรรค์โอกาสทำประตูมากมาย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการทำเกมของ “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ แข้งดีกรีทีมชาติไทย ที่ปั่นป่วนแนวรับของ บริสเบน ได้ตลอด ทำให้หลังจบเกมฝ่ายจัดการแข่งขันได้ยกให้ “เมสซีเจ” คว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ เกมดังกล่าว

“น็อกเอาท์” เน้นหมัดชุดหวังเผด็จศึก “โอไดระ”

“เจ้านูญ” น็อกเอาท์ ซีพีเฟรชมาร์ท ปรับเชิงชกเน้นหมัดชุด หวังเผด็จศึก โก โอไดระ ในการป้องกันแชมป์โลกรุ่นมินิมัมเวท สมาคมมวยโลก ครั้งที่ 2 วันที่ 1 มี.ค.นี้

ความเคลื่อนไหวของศึกมวยชิงแชมป์โลกรุ่นมินิมัมเวท (105 ปอนด์) สมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีเอ) ที่ “เจ้านูญ” น็อกเอาท์ ซีพีเฟรชมาร์ท จะป้องกันเข็มขัดครั้งที่ 2 กับ โก โอไดระ ผู้ท้าชิงชาวญี่ปุ่น ในวันพุธที่ 1 มี.ค.นี้ ที่เวทีชั่วคราวศาลากลาง จ.ชลบุรี ช่อง 7 สีถ่ายทอดสด ตั้งแต่เวลา 14.30 น.

โดยในส่วนของนักชกไทย “เสี่ยตัง” นายปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ ผจก. กล่าวว่า ขณะนี้น็อกเอาท์ปักหลักฝึกซ้อมอยู่กับ “เจ้าหนึ่ง” ฉัตร์ชัย สาสกุล อยู่ที่สาสกุลยิม ย่านลาดพร้าว โดยเน้นปรับเชิงชกให้มีหมัดชุดมากขึ้น โดยในส่วนของการป้องกันตำแหน่งไฟท์นี้ ที่ตัดสินใจเลือกโดไดระ ที่เป็นมวยซ้ายมาเป็นคู่ชิง ก็เพราะการชกไฟท์ที่ผ่านมากับโอโนะ น็อกเอาท์ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงต้องเพิ่มประสบการณ์ในส่วนนี้ หากต้องการโกอินเตอร์ไปชกในต่างประเทศอย่างจริงจัง

“ที่ผ่านมาน็อกเอาท์ผ่านมวยกระดูกมาอย่าง ทั้ง คาร์ลอส บุยทราโก, ไบรอน โรฮาส, อเลกซิส ดิอาส ที่ทั้งหมดเป็นมวยขวา แต่กลับมีปัญหาเมื่อต้องมาชกกับมวยซ้าย ดังนั้นการป้องกันแชมป์ครั้งที่ 2 กับโอไดระ จะเป็นการพิสูจน์ว่า น็อกเอาท์พร้อมที่จะโกอินเตอร์ เพื่อก้าวไปเป็นหมายเลข 1 ของรุ่นนี้ได้หรือยัง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่าแม้คู่ชกรายนี้จะไม่ธรรมดา แต่นักชกไทยก็น่าจะผ่านได้แน่”

ส่วนผู้ท้าชิง สื่อแดนอาทิตย์อุทัยรายงานว่า โอไดระ ที่มี โยชิตะ โองูระ เทรนเนอร์คู่ใจคอยติวเข้ม ได้เตรียมฟิตซ้อมมาเป็นอย่างดี ทั้่งการเสริมสร้างความแข็งแกร่งที่ลำตัว และฟุตเวิร์ตให้คล่องแคล่วขึ้น รวมทั้งการเน้นหมัดซ้ายตรง อันเป็นทีเด็ดไว้เตรียมพิชิตนักชกไทยโดยเฉพาะ

โอไดระ ที่ก่อนหน้านี้เคยขึ้นชิงแชมป์โลกในรุ่นนี้มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ผิดหวังทั้งหมด ด้วยการพ่ายทีเคโอยก 7 คัตสึนาริ มากายามา ในการชิงเข็มขัดสหพันธ์มวยนานาชาติ (ไอบีเอฟ) และองค์กรมวยโลก (ดับเบิลยูบีโอ) เมื่อปี 2014 และแพ้น็อกยก 5 วันเฮง ไก่ย่างห้าดาวยิม ในการชิงแชมป์สภามวยโลก เมื่อเดือน มี.ค.ปีก่อน กล่าวว่า ได้ศึกษาเทปการชกป้องกันตำแหน่งครั้งแรกของแชมป์โลกชาวไทย กับ ชิน โอโนะ ผู้ท้าชิงเพื่อนร่วมชาติอย่างละเอียด ซึ่งทีมงานเห็นว่า น็อคเอาท์นั้นยังติดการตั้งการ์ดแบบมวยไทย ซึ่งไม่รัดกุมมากนัก ดังนั้นจึงได้มีการเตรียมการที่จะใช้หมัดซ้ายตรง รวมไปถึงอัปเปอร์คัต ซึ่งเชื่อว่าจะทะลุการ์ดของแชมป์ชาวไทย และเข้าโฟกัสได้อย่างแน่นอน

สำหรับสถิติการชกของทั้งคู่ น็อกเอาท์ วัย 25 ปี ชก 14 ครั้ง ชนะรวด เป็นการน็อกเอาท์ทั้งสิ้น 6 ครั้ง ส่วนโอไดระ วัย 32 ปี ชก 21 ครั้ง ชนะ 13 (น็อกเอาท์ 1) เสมอ 3 และแพ้ 5 ครั้ง

การทำงานของปอด ในยุค 2017

บำรุงร่างกายอย่างไร ตอนที่ 5 คอลัมน์ไขปัญหาสุขภาพแพทย์แผนจีน

ปอด เป็นอวัยวะแลกเปลี่ยนอากาศในธรรมชาติและในร่างกายคน คนเราต้องสูดอากาศที่บริสุทธิ์ มีอ๊อกซิเจนมากจากธรรมชาติ โดยผ่านจมูก หลอดลม เข้าสู่ปอด แล้วปอดทำการฟอกเลือดดำที่เต็มไปด้วยคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ที่ร่างกายใช้แล้ว เติมออกซิเจนเข้าไปจนกลายเป็นเลือดแดงที่เต็มไปด้วยอ๊อกซิเจน ส่งกลับหัวใจ ไปเลี้ยงร่างกาย หมุนเวียนเช่นนี้ไม่มีวันหยุดนิ่งแม้ในยามหลับ เราจึงหยุดหายใจได้ไม่นาน อดอาหารยังอดได้หลายวันแต่หยุดหายใจไม่กี่วินาทีก็จะขาดใจแล้ว ปอดจึงมีความสำคัญต่อชีวิตของคนเราเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อก่อน บรรพบุรุษเราใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ทุกอย่างเป็นไปตามฤดูกาลใส่ปุ๋ยขี้วัวขี้ควาย ให้น้ำจากน้ำฝน จากแม่น้ำลำคลอง เติบโตขึ้นตามธรรมชาติ ป่าต้นไม้ใบหญ้ายังเขียวรกครึ้ม ไร้สารเคมี ชีวิตอยู่กันอย่างเรียบง่าย อากาศจึงดี เบาบางบริสุทธิ์ แต่ทุกวันนี้ ความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุ ได้เปลี่ยนโลกธรรมชาติ เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนไปมาก แม้ความเจริญจะนำสิ่งดีๆที่ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมาให้ แต่มันมาพร้อมกับมลภาวะของสิ่งแวดล้อม ทั้งในน้ำ ในอากาศ ในดิน ในพืช ในสัตว์ ห่วงโซ่อาหารถูกปนเปื้อนไม่บริสุทธิ์ อาหารที่บริโภคประจำวันปรุงแต่งมากเกินไป ทำให้โลกป่วยหนัก ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ย้อนกลับมาทำร้ายร่างกายมนุษย์เสียเอง เราเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ แล้วเราจะหลีกเลี่ยงจากมลภาวะเป็นพิษนี้ได้อย่างไร

มลภาวะเป็นพิษในอากาศ ที่มาจากการจราจรที่คับคั่ง ควันพิษจากรถยนต์ ฝุ่นละอองจากการไซด์งานก่อสร้าง ควันพิษจากปล่องโรงงานอุตสาหกรรม กลิ่นเหม็นเน่าจากขยะที่ล้นเมือง ในตลาดสด กลิ่นการพ่นยาฆ่าแมลง ยาปราบศัตรูพืชในเรือกสวนไร่นา กลิ่นเหม็นคลุ้งของมูลสัตว์เลี้ยงที่ปล่อยโดยไม่รับผิดชอบ กลิ่นควันบุหรี่ ควันจากการปรุงอาหาร ล้วนส่งผลให้อากาศเป็นพิษ อากาศเหล่านี้ล้วนอยู่รอบตัวเรา

รู้ทั้งรู้ว่าเป็นเช่นนี้ แต่เราหยุดหายใจไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะแวดล้อมที่มีควันพิษมาก ฝุ่นละอองมาก กลิ่นเหม็นมากแค่ไหน ถ้าเราอยู่ตรงนั้น เราหยุดหายใจไม่ได้ ไม่เหมือนน้ำ ไม่สะอาดไม่ดื่มก็ได้ อดได้ คอยได้ ค่อยไปหาที่อื่น อาหารไม่ดี อดใจรอไปหากินที่อื่นได้ พืชผักผลไม้ไม่ชอบไม่ซื้อไม่กินได้ แต่หายใจนี่สิ จะกลั้นไว้ ค่อยไปหายใจที่อื่นไม่ได้ รู้ทั้งรู้ว่าอากาศไม่ดี ก็จำใจต้องสูดดมเข้าไป ระบบหายใจ (จมูก คอ หลอดลม หลอดลมปอด และปอด)จึงทำงานหนัก ปัจจุบัน โรคภูมิแพ้ หวัด ไอ ไซนัส รวมถึงปอดอักเสบ มะเร็งปอดจึงมีสถิติเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าใจหาย แม้ว่าคุณจะซื้อเครื่องฟอกอากาศมาไว้ที่บ้าน แต่คุณไม่ได้อยู่บ้านตลอดเวลา อย่าว่าแต่อากาศภายนอกเลย แม้แต่ห้องแอร์ในห้าง ในสำนักงาน กลางวันเปิดแอร์ตลอดเวลา ช่วงเลิกงาน ต้องปิดประตู หน้าต่างหมด ความอับชื้น อากาศไม่ถ่ายเท ไม่มีแสงแดดฆ่าเชื้อ อากาศจึงใช่ว่าจะบริสุทธิ์ หรือแม้แต่ในแท็กซี่ เปิดแอร์ ปิดกระจกตลอด มีคนขึ้นลงตลอด ความอับชื้นจึงมีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งหมดล้วนเป็นมลภาวะทางอากาศที่ระบบหายในของเราต้องเผชิญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

เตือน “มือเท้าชา” สัญญาณอันตราย รู้ก่อนป้องกันได้

“อาการชา” ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคปลายประสาทอักเสบซึ่งถ้าปล่อยไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษา ก็อาจจะทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

หลายคนคงเคยเกิดอาการ “ชาตามปลายมือปลายเท้า” อยู่บ้าง ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยใส่ใจกับอาการที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้นชั่วคราวและสามารถหายได้เองแต่หารู้ไม่ว่า “อาการชา” ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคปลายประสาทอักเสบซึ่งถ้าปล่อยไว้เป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการรักษา ก็อาจจะทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง, กล้ามเนื้อลีบ และความรู้สึกรับรู้ลดลงจนหมดความรู้สึกได้

นพ.สมชาย โตวณะบุตร แพทย์ทรงคุณวุฒิทางอายุรกรรม สาขาประสาทวิทยา สถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า โรคปลายประสาทอักเสบ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เฉลี่ยอายุ 30 ปีขึ้นไป โดยกลุ่มคนที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคนี้ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน คนที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ คนที่รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ คนที่ร่างกายขาดวิตามินบางชนิด (วิตามิน บี 1 บี 6 บี 12) และคนที่รับประทานยาบางตัวที่มีผลข้างเคียงต่อเส้นประสาท

ระบบประสาทของเราแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1.ระบบประสาทส่วนกลาง ประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง ซึ่งมีหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุม สั่งการและส่งคำสั่งโดยกระแสประสาท 2.ระบบประสาทส่วนปลาย ทำหน้าที่รับคำสั่งจากระบบประสาทส่วนกลางและส่งต่อคำสั่งไปยังกล้ามเนื้อ ส่งผลให้เราสามารถเคลื่อนไหวและรับรู้ความรู้สึกได้ โดยระบบประสาทส่วนปลายมีเส้นประสาททำหน้าที่เหมือนเป็นสายไฟฟ้าในการนำคำสั่งไปตามอวัยวะต่างๆ ซึ่งเส้นประสาทส่วนปลายที่ออกจากสมอง มีอยู่ทั้งหมด 12 คู่ซ้ายขวา แต่ละคู่ควบคุมการทำงานในแต่ละส่วนของร่างกายที่แตกต่างกันไป โดยเส้นประสาทที่มักพบอาการอักเสบ และเห็นความผิดปกติของร่างกายได้ชัด เช่น เส้นประสาทคู่ที่ 7 เป็นเส้นที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ถ้าเกิดการอักเสบ ทำให้เกิดโรคหน้าเบี้ยว ใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในช่วงที่เราทำงานหนัก พักผ่อนน้อย, เส้นประสาทคู่ที่ 8 ถ้าเกิดการอักเสบ ทำให้สูญเสียการทรงตัว เกิดอาการบ้านหมุนตามมา บางรายอาจเกิดเสียงแว่วในหู หรือ หูดับ เส้นประสาทคู่ที่ 3, 4, 6 อักเสบ มักจะพบในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน อาการที่เจอคือ เห็นภาพซ้อนในแนวใดแนวหนึ่ง และเส้นประสาทที่อาจจะพบการอักเสบได้อีก ได้แก่ เส้นที่ 5 จะมีอาการปวดเสียวแปลบๆ บนใบหน้า เหมือนไฟฟ้าช็อต มักเกิดซีกใดซีกหนึ่งของหน้า

คุณหมอกล่าวต่อว่าเส้นประสาทที่ออกจากไขสันหลังมีหลายสิบคู่ ซึ่งอาจเจอในเรื่องของเส้นประสาทถูกกดทับหรืออักเสบได้ จากการที่เราใช้อวัยวะ อาทิ คอ มือ เอว ในท่าทางที่ไม่ถูกต้องนานๆ โดยกลุ่มแม่บ้าน คนที่ใช้มือเยอะๆ เช่น คนขี่มอเตอร์ไซค์ คนที่พิมพ์คอมพิวเตอร์นานๆ รวมไปถึงคนที่มีหมอนรองกระดูกเสื่อม อาจจะพบเส้นประสาทถูกกดทับได้มากกว่าคนทั่วไปอาการที่พบคือ ชา ปวดแปลบๆ ปวดร้อนๆ ซ่าๆ ตามบริเวณที่ถูกกดทับหากได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ ก็จะมีโอกาสทุเลาลง หรือหายขาดได้ แต่ถ้าเรานิ่งเฉย ไม่สนใจ และปล่อยให้อาการเหล่านี้เกิดต่อเนื่องเรื่อยๆ และทวีความรุนแรงขึ้น ก็อาจจะส่งผลให้เกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรงกล้ามเนื้อลีบเล็กลงหรือ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ หรือ ไม่สามารถรับความรู้สึกได้เหมือนเดิม

ทั้งนี้ การดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้เกิดโรคปลายประสาทอักเสบเป็นสิ่งสำคัญ สามารถทำได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ ปรับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันไม่ให้เส้นประสาทเสี่ยงต่อการถูกกดทับ แต่หากประชาชน มีอาการที่ใกล้เคียงกับที่กล่าวไปก่อนหน้านี้และสงสัยว่าอาจจะเป็นโรคปลายประสาทอักเสบ สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองเบื้องต้น จากสถานพยาบาลทั่วประเทศ โอกาสนี้ สถาบันประสาทวิทยา ร่วมกับ บริษัท เมอร์ค จำกัด ได้จัดกิจกรรม “Care your love, care your Nerve” เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอาการชาปลายประสาทอักเสบ ภัยเงียบใกล้ตัวที่ต้องระวัง นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรม Nerve Clinic Activation ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ตรวจคัดกรองความเสี่ยงของอาการชาปลายประสาทอักเสบ ด้วยเครื่องมือตรวจคัดกรองแบบ Vibrometer โดยเครื่องมือนี้ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบการรับความรู้สึกที่เท้า โดยวัดความรู้สึกจากแรงสั่นสะเทือนที่เท้า ซึ่งเหมาะสำหรับตรวจคัดกรองเบื้องต้นสำหรับกลุ่มคนที่มีภาวะโรคปลายประสาทอักเสบแอบแฝง ส่วนขั้นตอนในการรักษา แพทย์จะรักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค เช่น การให้ยาหรือการให้วิตามิน บี 1 บี 6 บี 12 ขนาดที่เหมาะสม รวมถึงการทำกายภาพบำบัดในรายที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง