“เมสซี” เหมาบาร์ซาบุกพิชิตเซลติก 2-0

ลิโอเนล เมสซี สวมบทฮีโร่เหมาสองประตูพาบาร์เซโลนาบุกไปเอาชนะกลาสโกว์ เซลติก ไปได้ 2-0 เข้ารอบน็อคเอาท์ในฐานะแชมป์กลุ่ม C

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มC นัดที่ 5 เกมนี้เทรนเนอร์เจ้าบ้านเซลติกจัดทัพชุดใหญ่ลงสนามแบบเต็มสูบ ใช้ เคล็ก กอร์ดอน เป็นผู้รักษาประตู พร้อมวาง สก็อต ซินแคลร์, เจมส์ ฟอร์เรสต์ และ มุสซา เดมเบเล เป็นตัวทีเด็ดในแนวรุก

ทางฝั่งทีมเยือนใช้ ผู้รักษาประตูเป็น มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น คู่กองหลัง เคราร์ด ปิเก้ จับคู่กับ ฮาเวียร์ มาสเคราโน แดนกลาง อิคาน ราคิติช, อังเดร โกเมส และ เซร์คิโอ้ บุสเกตส์ แนวรุกตัวจริงกลับมาลงสนามพร้อมหน้ากัน หลุยส์, ลิโอเนล เมสซี่ และ เนย์มาร์

โอกาสเข้าทำของทีมเยือนในนาทีที่ 18 จากจังหวะที่ ฆอร์ดี้ อัลบา เติมขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนตักบอลเข้ากลางให้ อิวาน ราคิติช เทคตัวขึ้นโหม่งกดลงพื้น ลิโอเนล เมสซี สะกิดเปลี่ยนทางแต่ไม่แรงพอบอลหลุดออกนอกกรอบไป

ทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 24 จากจังหวะที่ เนย์มาร์ ได้บอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนตักบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ ลิโอเนล เมสซี ที่สอดทะลุขึ้นมาวอลเลย์โดนไม่จับ บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม บาร์เซโลนาออกนำ 1-0

นาทีที่ 35 เจ้าบ้านได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่ มุสซา เดมเบเล ได้บอลหลุดทางฝั่งซ้ายก่อนล็อคเข้าขวาก่อนได้ยิง แต่บอลไปตรงตัว มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น

นาทีที่ 40 ทีมเยือนพลาดโอกาสทำประตูหนีห่างอย่างน่าเหลือเชื่อจากจังหวะที่ ลิโอเนล เมสซี ได้บอลทางฝั่งขวาก่อนเลี้ยงจี้แล้วเปิดบอลเข้ากลางมาให้ หลุยส์ ซัวเรส ได้สอดมาโหม่งเต็มๆแต่ เคล็ก กอร์ดอน สามารถบินปัดบอลออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 52 เซลติกพลาดประตุขึ้นนำจากจังหวะที่ เจมส์ ฟอร์เรสต์ ตัวสำรองได้บอลเติมขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนเปิดเข้ากลางมาให้ มุสซา เดมเบเล ได้ขึ้นโหม่ง แต่ลูกเบาเกินไปเข้ามือ มาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้น

ทีมเยือนมาได้ลูกจุดโทษในนาทีที่ 54 จากจังหวะที่ เอมิลิโอ อิซากีร์เร ไปคว้า หลุยส์ ซัวเรส ล้มลงในกรอบเขตโทษและเป็น ลิโอเนล เมสซี รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าประตูไป บาร์เซโลนาออกนำ 2-0

โอกาสอีกครั้งของทีมเยือนในนาทีที่ 67 จากจังหวะที่ เนย์มาร์ รับบอลมาจาก ลูคัส ดีญ ก่อนเลี้ยงตัดเข้ามาในกรอบเขตโษก่อนผ่านบอลไปให้ ลิโอเนล เมสซี โยกหลอกกองหลังหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยขวา บอลหลุดเสาสองอย่างน่าเสียดาย

โอกาสอีกครั้งของบาร์ซาในนาทีที่ 83 จาก ลิโอเนล เมสซี ที่ได้บอลหลุดเข้ามาในกรอบเขตทาก่อนดึงหลอกผู้เล่นเซลติก ก่อนส่งไปให้ หลุยส์ ซัวเรส ได้ยิงแต่บอลไปชนเสาเหลี่ยมนอกออกหลังไป

จบเกมเป็นบาร์เซโลนาบุกมาเอาชนะเซลติกได้ถึงถิ่น 2-0 เก็บ 3 คะแนนมีเพิ่มเป็น 12 คะแนนการันตีเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วนเซลติกตกรอบแน่นอนแล้วมี 2 คะแนน รั้งอันดับ 4 แต่ยังมีลุ้นโควตายูโรป้าลีกในนัดสุดท้ายต่อไป

“แองจี้-ไปป์-กรีน-มาร์ค” ร้อง-วาด ร่วมโปรเจกต์ ตามรอยพ่อ

คำสอนและพระอัจฉริยภาพด้านต่างๆของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ นับว่าเป็นแบบอย่างที่คนไทยยึดถือ และนำไปปฏิบัติอย่างแพร่หลาย บ.อาร์เอส ยังสนับสนุนเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เรียนรู้ถึงพระราชกรณียกิจ โดยได้ส่ง 4 ศิลปิน ค่ายกามิกาเซ่ คือ แองจี้-ฐิติชา สมบัติพิบูลย์, ไปป์-มนธภูมิ สุมนวรางกูร, กรีน-ปิยภูมิ ธนวณิชตระกูล และ มาร์ค-ธนัท รัตนสิริพันธ์ ทำโปรเจกต์พิเศษ ตามรอยพ่อ

ร่วมกับช่อง You Channel ด้วยการฝึกเล่นเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวง พร้อมชมภาพและวาดภาพของพ่อหลวง รัชกาลที่ ๙ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

โดยแองจี้ เผยว่า “พวกเราทุกคนดีใจ และเป็นเกียรติมากค่ะ ที่ทำให้แองจี้ได้มีโอกาสเล่นเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งเพลงที่เราเล่นกันชื่อเพลงลมหนาว แองจี้จะเล่นเปียโน ส่วนพี่มาร์คเล่นกีตาร์ จะเล่นร่วมกับอาจารย์ปราชญ์ค่ะ เพลงนี้มีเมโลดี้ที่สวยมาก

ซึ่งพ่อหลวง ท่านทรงพระปรีชาสามารถในการทำนองที่ไพเราะมากๆ เล่นไปก็ภูมิใจค่ะ” ไปป์เสริม “ผมกับกรีนก็มีโอกาสได้มาร่วมวาดภาพในหลวงกันด้วย ยอมรับว่ารู้สึกเกร็ง แต่พอใช้สมาธิวาดจากความรู้สึก เลยอยากทำผลงานชิ้นนี้ให้ดี ที่สุดเพื่อพ่อหลวงครับ”

ช็อก! เจอหลุมศพใหญ่ ฝังเหยื่อไอซิส 250 ร่าง

ปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูลเข้าสู่เดือนที่ 2 เมื่อวันพฤหัสบดี โดยกองทัพพันธมิตรอิรักยังคงพยายามปิดล้อมเมืองแห่งนี้ ขณะที่มีรายงานการพบหลุมศพขนานใหญ่ 2 แห่งใกล้เมืองโมซูลด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปฏิบัติการบุกยึดคืนเมืองโมซูลฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม (ไอซิส) ในประเทศอิรัก เข้าสู่เดือนที่ 2 แล้วในวันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ย. โดยกองทัพรัฐบาลอิรักและพันธมิตร ยังคงทยอยบุกโจมตีกลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุหนี่กลุ่มนี้ เพื่อหาทางปิดล้อมเมืองโมซูลทุกด้าน

ข่าวระบุว่า นักรบไอซิสถอยร่นจากพื้นที่โดยรอบเมืองโมซูลเข้าสู่ตัวเมืองอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่กองทัพอิรักและพันธมิตร ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางอากาศจากกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการบุกเมืองโมซูลเมื่อ 17 ต.ค. กองกำลังต่อตานการก่อการร้าย หน่วยพิเศษของกองทัพอิรัก สามารถบุกเข้าสู่เพิ่นที่ชายขอบทางตะวันออกของเมืองโมซูลได้สำเร็จเป็นกลุ่มแรกเมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน แต่กองกำลังกลุ่มอื่นๆ ยังไม่สามารถเข้าสู่พื้นที่ทางเหนือและทางใต้ของเมืองได้ แม้จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้มากแล้วก็ตาม

ความคืบหน้าสำคัญล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันพุธ (16 พ.ย.) โดยกองกำลังติดอาวุธซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศอิหร่านประกาศว่าพวกเขาสามารถยึดฐานทัพอากาศ ทัล-อาฟาร์ ทางตะวันตกของเมืองโมซูลได้แล้ว ถือเป็นการตัดสินทางระหว่างไอซิสในอิรักกับไอซิสในซีเรีย และฐานทัพแห่งนี้ยังอาจถูกใช้เป็นฐานส่งเครื่องบินสำหรับการโจมตีกลุ่มไอซิสในซีเรียอีกด้วย ส่วนกองกำลังเปชเมอร์กา ของชาวเคิร์ดในอิรัก สามารถยึดพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองโมซูลได้เพิ่มขึ้น

อีกด้านหนึ่ง ในขณะที่ปฏิบัติการยึดคืนเมืองโมซูลยังคงดำเนินต่อไป พลจัตวา ฟาริส ราดี อับบาส ผู้บัญชาการตำรวจรัฐบาลกลางอิรัก เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงพบหลุมฝังศพขนาดใหญ่ 2 หลุมสร้างโดยฝีมือของกลุ่มไอซิส ใกล้เมืองฮัมมาม อัล-อาลิล ทางใต้ของเมืองโมซูล และมีศพอยู่ภายในประมาณ 250 ร่าง

พลจัตวาอับบาส บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า หนึ่งในหลุมศพขนาดใหญ่ที่พบ อยู่ในบ่อน้ำ ซึ่งมีศพกว่า 200 ร่าง พวกเขาเชื่อว่ากลุ่มไอซิสใช้บ่อน้ำแห่งนี้ในการทิ้งศพคนที่พวกเขาสังหารมาตลอดช่อง 2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มไอซิสยังวางระเบิดไว้รอบหลุดศพเหล่านี้ด้วย เพื่อไม่ให้ครอบครัวของผู้ตายหาศพบุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขาเจอ โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังจัดการกับระเบิดที่ว่าอยู่

ด้านนาย อับดุลเราะห์มาน อัล-วักกา จากสภาปกครองจังหวัดนิเนเวห์ บอกกับซีเอ็นเอ็นว่า เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานเกี่ยวกับหลุมศพนี้มาตลอด 2 ปีที่ไอซิสยึดครองพื้นที่แห่งนี้ โดยเหยื่อบางรายยังถูกไอซิสโยนลงไปในบ่อน้ำแห่งนี้ทั้งเป็น บางรายก็ถูกทิ้งให้ตายจากบาดแผลที่ได้รับ

ธรณีดูดดินแดน “อินเดีย” หายเข้าไปข้างในโลก

นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยชิคาโก ของสหรัฐฯ ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับภูเขาหิมาลัย พบว่าผืนแผ่นดินอินเดีย และยูเรเซียดั้งเดิม โดนถูกสูบหายลึกเข้าไปภายในโลก เมื่อครั้งผืนแผ่นดินทั้งสองเบียดกันอยู่อย่างช้าๆ เมื่อสมัย 60 ล้านปีมาแล้ว

การศึกษาครั้งนี้ทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องการเติบโตของทวีป จนมีขนาดเท่าในปัจจุบัน และสารเคมีกลางโลกได้เกิดขึ้นมาอย่างไร การเบียดชนของแผ่นดินทั้งคู่ ได้ก่อให้เกิดภูเขาหิมาลัย และยังคงเติบโตอยู่อย่างช้าๆ

นักศึกษาปริญญาโทนิเกลลา อินกอนส์ ในคณะได้เปิดเผยว่า เราพบว่าครึ่งหนึ่งของมวลทวีป โดนสูบหายไปจากโลก เมื่อ 60 ล้านปีแล้ว คณะได้ลงความเห็นว่า การที่พื้นทวีปส่วนใหญ่โดนสูบหายไปเช่นนี้ มีอยู่หนทางเดียว นั่นคือสูบเข้าไปรวมอยู่ในแกนของโลก

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

หน้าตาของโลกเราในอีก 100 ปีข้างหน้า ที่คนยุคนี้…ไม่ทันได้เห็น

ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าคนรุ่นเราๆ ท่านๆ คงไม่มีโอกาสได้เห็นโลกที่มีหน้าตาแบบนี้ แต่ถ้าโลกนี้ยังไม่แตกจนกลายเป็นสสารในอวกาศตามที่คำนายต่างๆ นานาทั่วโลกได้กล่าวไว้ นี่อาจเป็นรูปโฉมของดาวดวงเดิมในปี 2116 หรือในอีก 100 ปีข้างหน้าที่คงจะมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อมนุษย์ได้สร้างสิ่งต่างๆ เพื่อเตรียมเผชิญกับสภาพอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปจนยากเกินจะคาดเดาได้

ไม่มีใครรู้ว่าโอกาสที่น้ำจะท่วมโลกจนเมืองใหญ่ต้องจมอยู่ใต้น้ำนั้นมีมากแค่ไหน แต่ก็ไม่แน่ว่ามนุษย์เราอาจสร้างโดรนขนาดยักษ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อใช้เป็นเรือชูชีพสำหรับอยู่ในโลกที่หันไปทางไหนก็มีแต่น้ำ

หรือบางทีเราอาจไม่คิดฝืนชะตากรรมเรื่องน้ำท่วมโลก แต่ปรับตัวโดยการย้ายถิ่นฐานจากบนดิน ลงไปสร้างเมืองอยู่ใต้น้ำแทน และก็ไม่แน่ว่ามนุษย์เราอาจจะยอมแพ้ต่อภัยธรรมชาติบนโลก และเตรียมอพยพไปอยู่ในดาวดวงอื่นอย่างเช่น บนดวงจันทร์ หรือดาวอังคาร เป็นการชั่วคราว เพื่อรอให้สักวันนึงโลกของเราฟื้นตัวและเดินทางกลับมายังบ้านเกิดของมวลมนุษยชาติอีกครั้ง

แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันว่า โลกของเราอาจไม่เจอเรื่องร้ายๆ อะไรเลยก็ได้ และทำให้มนุษย์มีโอกาสพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อรองรับการอยู่อาศัยในโลกใบให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น และบางทีเราอาจจะสร้างเทคโนโลยีสุดไฮเทคต่างๆ ที่โลกทุกวันนี้ได้แค่ฝัน ให้กลายเป็นจริงขึ้นมาก็ได้

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงฉากสมมติจากโลกอนาคตที่ยังมาไม่ถึง และไม่แน่ว่าจะออกมาเป็นแบบนี้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่บอกได้ตอนนี้คือ…ไม่ว่าโลกในอีก 100 ปีข้างหน้าจะออกมามีหน้าตาเป็นแบบไหน สิ่งที่เราทำในวันนี้ ย่อมส่งผลต่อโลกใบเดิมในอนาคตด้วยเช่นกัน
ภาพประกอบจาก : viralthread.com
ที่มา : yaklai.com

หนุ่มฝรั่งเศสสุดเฮง!! พบทองร้อยกิโลมูลค่า 130 ล้าน ซ่อนในบ้านที่ได้รับมรดก

ชายชาวฝรั่งเศสซึ่งได้รับบ้านขนาดใหญ่ในแคว้นนอร์มังดีเป็นมรดกจากญาติพบทองซุกซ่อนไว้ตามจุดต่างๆในเฟอร์นิเจอร์รวม 5,000 ชิ้น ซึ่งในจำนวนนี้มีทองแท่ง 12 กิโลกรัมสองชิ้น และเหรียญทอง 37 เหรียญหนักรวม 1 กิโลกรัม โดยทองทั้งหมดที่พบหนัก 100 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าราว 3.5 ล้านยูโร หรือเกือบ 130 ล้านบาท

ชายผู้โชคดีรายนี้ค้นพบแท่งทองและเหรียญทองที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างดีในเฟอร์นิเจอร์ทั่วบ้านเมื่อพยายามที่จะเคลื่อนย้ายข้าวของจนทำให้พบกล่องเหรียญที่ถูกขันสกรูติดไว้ใต้เฟอร์นิเจอร์บางชิ้น ขณะที่ทองบางส่วนถูกเก็บซุกซ่อนไว้ในกล่องวิสกี้ โดยท้ายที่สุดชายผู้นี้ได้ขุดพบทองคำแท่งและเหรียญทองทำให้ต้องเรียกทนายความเพื่อทำบัญชีรายการสิ่งของที่ค้นพบ

ทั้งนี้จากใบรับประกันที่พบของทั้งหมดถูกซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฏหมายในช่วงทศวรรษที่ 1950 ถึง 1960 ให้กับผู้ซื้อทั้งในประเทศฝรั่งเศสและในต่างประเทศ อย่างไรก็ดีหากไม่มีผู้มาอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของทองที่พบ ทายาทผู้โชคดีรายนี้ก็จะต้องจ่ายภาษีมรดก 45% ของมูลค่าทองที่เจอ

ที่มา : มติชนออนไลน์

“ดร็อกบา” แยกทางมอนทรีอัลหลังจบฤดูกาล

กองหน้าชาวไอวอรีโคสต์ยืนยันลาต้นสังกัดในเมเจอร์ลีก หลังสัญญาฉบับปัจจุบันกำลังจะหมดอายุลงในเดือนหน้า

ดิดิเยร์ ดร็อกบา กองหน้าตัวเก๋าของมอนทรีอัล อิมแพคต์ ประกาศแยกทางกับต้นสังกัดหลังจบฤดูกาล หลังสัญญาของเขากำลังจะหมดลงในเดือนธันวาคมนี้

อดีตดาวยิงเชลซีเพิ่งได้รับเสียงปรบมือจากแฟนบอลของสโมสรดังกึกก้อง หลังถูกส่งลงเล่นในฐานะตัวสำรองช่วง 20 นาทีสุดท้าย ในเกมเปิดรังเฉือน โตรอนโต้ เอฟซี 3-2 ในเกมนัดชิงชนะเลิศสายตะวันออก นัดแรก เมื่อเช้าที่ผ่านมา

“สัญญาของผมจะหมดลงหลังจบฤดูกาลและผมจะไม่กลับมาอีก” หอกวัย 38 กล่าวหลังจบเกม

“ผมอยากจบเรื่องนี้ด้วยดีและเคารพต่อทุกคนที่นี่และเมืองแห่งนี้ที่มอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ผม”

“ผมผิดหวังกับผลการแข่งขันนะ(นำก่อน 3-0 แต่ถูกไล่มาเหลือ 3-2) แต่เราจะทำทุกอย่างเพื่อผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ และผมคิดว่าการผจญภัยของเราจะไม่จบลงที่โตรอนโต้”

ทั้งนี้ ดร็อกบาย้ายมาเล่นกับ มอนทรีอัล อิมแพคต์ เมื่อปี 2015 พร้อมทำ 22 ประตู จาก 38 นัดในเมเจอร์ลีก

“ธีรศิลป์” รับรู้สึกพิเศษสวมบทกัปตันเผยคำพูดกับ “ธีราทร”

ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าทีมชาติไทย ยอมรับได้มีการพูดคุยกับ ธีราทร บุญมาทัน ดาวเตะรุ่นน้องก่อนเริ่มแข่งขันว่าต้องการที่จะคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพมาครองเป็นสมัยแรกให้ได้ หลังตนเองได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมในรายการนี้

ทั้ง มุ้ย และ อุ้ม ไม่ได้อยู่ในทีมชุดที่คว้าแชมป์อาเซียนเมื่อปี 2014 แต่ปัจจุบันทั้งคู่คือผู้นำของทีมที่ได้รับการแต่งตั้งจากเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ โดยเฉพาะศูนย์หน้าวัย 28 ปี ที่ผู้เล่นในทีมลงความเห็นให้สวมปลอกแขนโดยมีเป้าหมายคือการชูถ้วยใบนี้

“รู้สึกดีใจ และเป็นเกียรติครับที่ทุกคนให้เป็นกัปตันทีม” กองหน้าจากเอสซีจี เมืองทอง กล่าวผ่าน FA Thailand “แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้สำคัญหรอกว่าใครจะเป็นกัปตันทีม เพราะทุกคนคอยดูแลกันตลอด ช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่แล้ว เรามีทีมเวิร์คที่แข่งแกร่ง ทุกคนเคารพกันและกัน ซึ่งกัปตันทีมก็เหมือนแค่นำเพื่อนร่วมทีมลงสู่สนาม ผมคิดว่ามันไม่ได้สำคัญอะไรเท่าไหร่”

“แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่พิเศษเหมือนกัน ที่เราไม่เคยได้แชมป์รายการนี้แล้วปีนี้ได้เป็นกัปตันทีม แต่ในหัวก็ยังไม่ได้คาดหวังอะไร ไม่ได้คิดว่าตัวเองต้องเป็นกัปตัน หรือ ต้องเป็นแชมป์ เรามองเกมต่อเกมดีกว่า ไม่ประมาทคู่แข่ง และ พยายามทำให้ดีที่สุด”

“ธีรศิลป์” ยังพูดถึงตำแหน่งกัปตันทีมในแบบฉบับของเขาว่า “กัปตันทีมคือต้องเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นผู้นำที่ดี มันอาจไม่ต้องแข็งกร้าวหรือดุดันก็ได้ ซึ่งแต่ละคนมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป แต่อย่างที่บอกเราดูแลซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ในทีมก็ยังมีรุ่นพี่อย่าง พี่ประทุม พี่ตี๋ (สินทวีชัย) และ พี่ดุล (อดุล) ที่คอยปลอบ คอยสอนน้องอยู่แล้ว เพียงแต่บทบาทในสนามผมแค่เป็นกัปตันทีม พอนอกสนามเราก็เป็นพี่น้องกัน”

ขณะเดียวกัน “ธีรศิลป์” ยังได้พูดคุยกับ “ธีราทร” ว่าอยากได้แชมป์รายการนี้ร่วมกันหลังยังไม่เคยสัมผัสด้วยกันทั้งคู่ “เราก็มีคุยกันบ้างครับแต่ไม่ได้เชิงจริงจังอะไร แต่คุยกันว่าเราต้องพยายามเอาแชมป์มาครองให้ได้”

ทีมชาติไทย จะประเดิมสนามพบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย วันนี้ (19 พ.ย) เวลา 15.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่ง “ธีรศิลป์” กล่าวถึงเป้าหมายว่า “เรามองไว้ที่ 3 แต้ม แต่ก็เชื่อว่าจะเป็นเกมที่ไม่ง่าย และคงอึดอัดพอสมควร เพราะอย่างที่รู้ว่าเกมนัดแรกไม่มีใครอยากพลาด แต่เราก็หวังว่าจะได้ผลการแข่งขันที่ต้องกัน”

“ร็อดเจอร์” สหนุน “ซัวเรซ” คว้าบัลลงดอร์

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมเซลติค หนุน หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงเท้าคมของบาร์เซโลนา ซิวรางวัลบัลลงดอร์ประจำปี 2016 หลังทำผลงานดีคงเส้นคงวามาตลอดปี

กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยมีชื่ออยู่ในผู้เข้าชิง 30 คน หลังโชว์ฟอร์มฮ็อตซัด 59 ประตู จาก 53 เกมเมื่อฤดูกาลก่อน พร้อมคว้ารางวัลรองเท้าทองคำของลีกยุโรปไปครองด้วย

“ถ้าคุณพูดถึงบัลลงดอร์ ผมคิดว่าไม่มีผู้เล่นคนไหนทำผลงานได้ดีกว่า หลุยส์ ซัวเรซ เมื่อปีที่แล้วนะ” บีร็อด กล่าว

“ผมคิดว่าเขาสมควรได้รับรางวัลทั้งในด้านของแนวทางการเล่นของเขา, สิ่งที่เขาให้กับทีม, วิธีการที่เขาแบกทีม และ ระดับการเล่นที่สม่ำเสมอ”

ทั้งนี้ ร็อดเจอร์สมีคิวนำม้าลายเขียวขาวเปิดรังรับมือบาร์ซาของซัวเรซ ในเกมยูฟา แชมเปียนส์ ลีก คืนนี้ เวลา 02.45 น.(ตามเวลาในประเทศไทย)

โบลิเวียแล้งจัด ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

โบลิเวียอ่วมหนัก อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบหลายแห่งแห้งขอด ส่งผลทางการวอนให้โรงเรียนปิดภาคเรียนเร็วขึ้น หลัง ปธน.โมลาเรส ออกมาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ น้ำประปามีไว้สำหรับบริโภคดื่มกิน ห้ามอาบ ซักเสื้อผ้า

เมื่อ 23 พ.ย. 59 สำนักข่าวบีบีซีรายงาน ปัญหาภัยแล้งเล่นงานโบลิเวีย ประเทศในทวีปอเมริกาใต้ หนักถึงขั้นที่ทางการใน 3 เขตของประเทศต้องออกมาเรียกร้องไปยังโรงเรียนต่างๆ ปิดภาคเรียนเร็วกว่ากำหนด 2 สัปดาห์ เนื่องจากขณะนี้ ปัญหาภัยแล้งฝนไม่ตกติดต่อมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้อ่างเก็บน้ำ 3 แห่งใกล้จะแห้งขอดแล้ว โดยอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่งนี้เป็นน้ำสำหรับส่งไปใช้ในการอุปโภค-บริโภคของผู้คนในกรุงลาปาซ เมืองหลวงและเมืองใหญ่สุดของโบลิเวีย

ข่าวแจ้งว่า จากปัญหาประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง ทำให้ประธานาธิบดีอีโว โมราเลสแห่งโบลิเวีย ได้ออกมาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 21 พ.ย. ทำให้การส่งน้ำไปให้แก่ประชาชนนั้น ใช้เฉพาะการดื่มกินเท่านั้น ไม่เพียงพอสำหรับการใช้อาบชำระร่างกาย หรือซักเสื้อผ้า โดยผู้อำนวยการโรงเรียนคนหนึ่งในโบลิเวียเล่าว่า พวกตนไม่มีน้ำใช้มานานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว โดยน้ำที่ได้มาทุกวันนี้ก็เพื่อลูกๆ และเด็กๆ อีกทั้งยังเป็นน้ำที่ไปนำมาจากเชิงภูเขา

ขณะเดียวกัน รัฐบาลโบลิเวียเพิ่งมีการแต่งตั้ง ‘คณะรัฐมนตรีดูแลเรื่องน้ำ’ ขึ้นมา เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งมีการนำแทงก์น้ำจำนวน 100 แทงก์ไปกระจายตั้งวางตามจุดต่างๆ ในกรุงลาปาซ เพื่อให้ประชาชนนำภาชนะมารองน้ำไปใช้ที่บ้าน ทำให้แต่ละวันมีผู้คนจำนวนมากมายืนรอต่อแถวเพื่อรองน้ำไปใช้ นอกจากนั้น คณะรัฐมนตรีดูแลเรื่องน้ำของโบลิเวียยังขอร้องให้บริษัทต่างชาติหลายแห่งทั้งในยุโรป และบริษัทเกาหลีใต้ 1 แห่ง มาช่วยให้คำแนะนำด้านเทคนิค ในการแก้ปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งโครงการในระยะยาว อาทิ การขุดบ่อน้ำ ไปจนถึงการเปลี่ยนเส้นทางน้ำของแม่น้ำ

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโมลาเรสแห่งโบลิเวียได้กล่าวตำหนิมาตลอดถึงวิกฤติการณ์ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในโบลิเวียว่า เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน และเขาได้เห็นสภาพทะเลสาบต่างๆ ที่แห้งแล้ง ไม่มีน้ำ ระหว่างการขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจ